เป้าหมายหลัก

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สรุปผลกาเรียนรู้สัปดาห์ที่ 2

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้รายสัปดาห์ที่
วันที่ 12 – 15 สิงหาคม 2557
จากการร่วมวิถีของ LPMP และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับความรู้และเทคนิคการจัดกิจกรรมดังนี้
1. ร่วมประชุมกับคณะครู ลำปลายมาศพัฒนา
2. กิจกรรม การอ่านกับการพัฒนาสมอง
ขั้นตอนของการอ่านหนังสือ
- แทนหน่วยอักขระด้วยหน่วยเสียง
- รับรู้ความหมายของคำ
- รับรู้การเรียบเรียงประโยค /ไวยากรณ์
- รับรู้การใช้วาทกรรมและภาษาในเชิงปฏิบัติ
- การสะกดคำ
- ความเข้าใจภาษา
ผลการทำงานของสมองขณะอ่านหนังสือ
1. การอ่านหนังสือมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องอาศัยการทำหน้าที่ของสมองคนและตำแหน่งในการทำงานประสานกัน
2. การอ่านต้องอาศัยการทำงานของสองส่วนหน้า
3. ประมวลผลการทำงานของสมองหลายบริเวณในเวลาที่รวดเร็ว
4. การอ่านเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการทำงานประสานกันของสมองและทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ประสาท
การเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกิดจากการอ่านหนังสือ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบการเรียนรู้ ระบบการทำงาน และโครงสร้างของสมองในระยะยาว
กระบวนการเรียนรู้ที่ได้จากการอ่าน ระบบสํญลักษณ์ (
symbolic process) และการสร้างจินตภาพ (mental representation)
บทบาทของสัญลักษณ์  เด็กจะได้รับข้อมูลและการทำความคุ้นเคยกับการใช้สัญลักษณ์
พลังแห่งจินตภาพ อาศัยภาพที่สร้างขึ้นในโลกภายในสมองมาคิดต่อยอด วางแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงการทดลองแก้ปํญหาเบื้องต้นในโลกของความคิด
หนังสือ คือสิ่งสำคัญที่จะนำเสนอข้อมูลผ่านสัญลักษณ์และกระตุ้นให้เด็กเกิดการสร้างจินตภาพไปได้กว้างไกลอย่างที่สุดกระบวนการที่เปิดกว้าง สร้างสรรค์ และผ่อนคลายขึ้น
เรียนรู้ใจเขาใจเรา การอ่านหนังสือ จะช่วยในการพัฒนาทักษะเรื่อง theory of mind และช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ความคิดและจิตใจของบุคคลอื่นได้ดีขึ้น
รู้จักและเข้าใจตนเอง การอ่านช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านจิตสังคมที่ดีให้กับเด็ก และการสร้างนิสัยรักการอ่านให้ติดตัวไปด้วย ทำให้รู้จักและเข้าใจตนเอง เรียนรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร ถนัดหรือไม่ถนัดด้านไหน เพื่อสร้างเอกลักษณ์ และความเป็นตัวของตนเองหรือเรียกว่า การสร้างอัตลักษณ์(identity)
ผ่อนคลายความตึงเครียด การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมคลายความเครียดลดระดับความเครียดได้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่นๆ
พัฒนาการด้านการเรียนรู้และสติปัญญา
- การประมวลผลจากภาพที่เห็น
- ทักษะในการเรียนของเด็ก การอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาความสามรถในการเรียน
- ความสามารถในการจำที่ดี  การอ่านหนังสือเป็นประจำในขณะที่ยังเยาว์วัยจะช่วยถนอมความจำเอาไว้ได้เมื่ออายุมากขึ้น
- การอ่านเพื่อช่วยในการปรับตัวและลดปัญหาสุขภาพใจ การบำบัดด้วยการอ่าน การอ่านหนังสือเปิดโอกาสให้เด็กทำความเข้าใจตนเอง และสิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและเรียนรู้วิธีที่ดีกว่าในการรับมือกับปัญหา
สร้างเด็กให้กลายเป็น นักอ่าน
1. ขัดเกลาการอ่านให้แคล่วคล่อง
2. สร้างคลังคำศัพท์พื้นฐาน
3. อ่านให้ได้ “ใจความ”
4. บรรยากาศของการเรียนรู้
กลุ่มเด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้
1. ปัจจัยด้านชีวภาพของเด็ก
2. ปัจจัยด้านจิตใจ
3. ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
 ภาวะบกพร่องทางการเรียนเฉพาะด้านการอ่าน
- มีความบกพร่องเฉพาะด้านการอ่าน
- อ่านได้ช้า ไม่คล่อง สะกดคำไม่ได้ จับใจความไม่ได้
- เกิดจากความผิดปกติในกระบวนการประมวลผลด้านภาษา
- ไม่ได้เกิดจากความไม่เอาใจใส่ การสอนไม่ดี หรือสติปัญญาไม่ดี
- พบได้ในคนทุกชนชาติและเศรษฐานะ
- หากได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม การอ่านจะดีขึ้น
ความผิดปกติในระบบประสาทของผู้ที่มี LD ด้านการอ่าน  จะมีปัญหาในกระบวนการอ่านเรื่อง การประมวลผลและรับรู้หน่วยเสียงของคำเป็นหลัก โดยจะไม่สามารถเชื่อมโยงหน่วยเสียงเข้ากับตัวอักษรได้

การให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะบกพร่องในการอ่าน เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก มีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือพิเศษจากทางโรงเรียน ควรมีการพูดคุยระหว่างผู้ปกครองและครูผู้ดูแล ให้ความช่วยเหลือต่างๆ เป็นพิเศษ
เช่น การเรียนเสริม การเรียนกลุ่มย่อย การให้เวลาในการสอบเพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดทำแผนการเรียนเฉพาะบุคคล เพื่อจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามความสามารถและความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน


15 สิงหาคม 2557

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
ภาคเช้า
1. เข้าร่วมวิถีของ LPMP
2. สังเกตจิตศึกษา ป.2  ครูกลอย ครูเหมี่ยว
- ครูเหมี่ยวนำเด็กทำBrain Gym ท่า 1 พี่ค้อน กับพี่ตะปู  ท่า 2  พี่กรรไกร กับพี่ตะปู
- เด็กนักเรียนยกมือไหว้ สว้สดีคุณครู
- ครูกลอยเล่าเรื่อง จากการอ่านหนังสือ ให้เด็กฟังใช้คำถามชวนคิดนำและให้ดูปกหนังสือด้วย
- แจกกระดาษเอ 4 แบ่งครึ่ง และดินสอ 1 แท่ง ให้ทุกคน
- ให้วาดใบหน้าของตัวละคร ในเรื่องที่ครูเล่า
- ให้แต่ละคนโชว์ผลงานของตนเอง ให้เพื่อนดู
- ถามเด็กว่าจากเรื่องที่ฟังแล้วมีความรู้สึกอย่างไร และเล่าต่อ ให้เด็กเพิ่มเติมหน้าของตัวละคร
3. สังเกตคณิตศาสตร์ ป.2 ครูกลอย
- ครูนำร้องเพลงความเกรงใจ
- ให้โจทย์เด็กฝึกคิด
3.1.นกบิน 3 วัน บินได้กี่ชั่วโมง
วิธีคิด  ถ้า  1 วัน มี  24 ชั่วโมง
           24 + 24 + 24    =  72  หรือ
           24 x 3  = 72     หรือ  3 x 24
3.2. เมล็ดถั่วพร้า 5 เมล็ด  จะมีถั่วพร้ากี่ต้น  ถ้าถั่วพร้า 1 เมล็ด  สามารถผลิตได้  20  ต้น 
วิธีคิด  5 X 20   =  100  หรือ
           20 + 20 + 20 + 20 + 20    =  100  หรือ เขียนในรูปการคูณ  5 X 20  หรือ 20 X
3.3.มีอยู่ 3 แถวๆ ละ 5 ช่อง มีทั้งหมดกี่ช่อง
วิธีคิด  5 + 5 + 5  = 15  หรือ  เขียนในรูปการคูณ  5 X 3  หรือ 3 X 5
3.4. ครูบอกข้อตกลงทางคณิศาสตร์ว่า ตัวเลขที่อยู่ข้างหน้า คือจำนวนครั้งที่จะเอาเลขไปบวกกัน
เช่น            5 X 3 = 3 + 3 + 3 + 3 + 3
                  3 X 5 = 5 + 5 + 5
3.5. มีอยู่ 5 แถวๆ ละ  4 ช่อง มีทั้งหมดกี่แถว
วิธีคิด   5 + 5 + 5 + 5   = 20
            4 + 4 + 4 + 4 + 4  = 20
3.6. ให้งานนักเรียนสร้างโจทย์การคูณ และแสดงในรูปการบวก กันเองภายในกลุ่ม คนละ 1 ข้อ
4. สังเกตการณ์สอนคณิตศาสตร์ ป. 6 ครูสังข์
        คณิตศาสตร์ ป. 6  เรื่อง  แผนภูมิรูปวงกลม
            1. ครูแนะนำการใช้ไม้โปรแทรกเตอร์ 
            2. นักเรียนอ่านข้อมูล
                จำนวนคนดูที่ชอบดูการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ จำนวน  600 คน  โดยแบ่งดังนี้
                 ฟุตบอล  จำนวน 
360  คน
                 เทนนิส จำนวน 
30  คน
                 วอลล์บอล  จำนวน  120  คน
                 บาสเกตบอล  จำนวน  60  คน
                  แบดมินตัน  จำนวน  60  คน
3. ครูอธิบาย แบบรูป
       แนวคิด
            คิดเป็นร้อยละ
               ฟุตบอล  จำนวน  360  คน        = 360/600 × 100   = 60 %
               เทนนิส จำนวน 
30  คน           = 30/600 × 100    = 5 %
          วอลล์บอล  จำนวน  120  คน    = 120/600 × 100  = 20 %
               บาสเก๊ตบอล  จำนวน  60  คน   = 60/600 × 100    = 10 %
                แบดมินตัน  จำนวน  60  คน     = 30/600 × 100    = 5 %

             คิดเป็นองศา
              ฟุตบอล  จำนวน  360  คน    = 360/600 × 100   = 60 %  =60/100 × 360 = 216  องศา
              เทนนิส จำนวน 
30  คน        = 30/600 × 100    = 5 %    =30/100 × 360 = 18  องศา
              วอลล์บอล  จำนวน  120  คน = 120/600 × 100  = 20 %   =20/100 × 360 = 72  องศา
              บาสเก๊ตบอล  จำนวน  60  คน = 60/600 × 100    = 10 %  =60/100 × 360 = 36  องศา
               แบดมินตัน  จำนวน  60  คน   = 30/600 × 100    = 5 %    =60/100 × 360 = 36  องศา

             เมื่อได้เป็นจำนวนองศาแล้วนำไปทำเป็นแผนภูมิรูปวงกลม
               
    4. ใหนักเรียนทำแบบฝึกหัด 3 ข้อ โดยให้ให้โจทย์ 4 ข้อ เลือกทำ  3 ข้อ

5. สังเกตการสอนPBL ป.2 ครูเหมี่ยว
1. เตรียมความพร้อมเด็ก
2. เข้าสู่กิจกรรม สอบถามนักเรียนเกี่ยวกับ การดูแลต้นถั่ว และสิ่งที่เรียนรู้รายสัปดาห์
3. ครูถามเด็ก สิ่งที่เรียนรู้ในสัปดาห์นี้
- ทำปฏิทินการเรียนรู้ ทำเป็นรายสัปดาห์ ช่วยกันสรุป
- เขียนสิ่งที่เรียนรู้แล้ว และอยากเรียนรู้
- วัดต้นถั่ว / ใส่ปุ๋ย / พรวนดิน
4. ให้งานเด็ก เขียนที่อยากเรียนรู้ และออกแบบปฏิทินการเรียนรู้









           

สรุปข้อคิดจากเรื่องอธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว

สรุปจากการอ่านวรรณกรรมเยาวชน เรื่องอธิษฐานสิจ๊ะกับนางฟ้าสีเขียว ตอน ผมอยากเป็นผู้ใหญ่
ทำไมถึงชอบ
    เพราะจากเรื่องตัวละครคือหินยังเป็นเด็กอยู่ แต่ด้วยความอยากรู้อยากทำอะไรหลายอย่างที่เขาอยากจะทำเหมือนผู้ใหญ่ทำกันบ้าง แต่ก็จะถูกพ่อ แม่ และพี่สาวกีดกันตลอดไม่ให้ทำ เขาก็มีความคิดว่าอยากเป็นผู้ใหญ่ เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาทำ แต่จริงแล้วกิจกรรมบางอย่างเด็กก็ควรมีการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นบ้าง เช่นการสัมผัสกับหนังสือ สีเทียน ซึ่งเป็นการเรียนรู้จักสิ่งของ ถ้าผู้ใหญ่คิดว่าเด็กทำอะไรไม่ได้ทำแล้วจะเกิดอันตรายต่อตนเองโดยไม่คิดว่าธรรมชาติแล้วคนเราต้องมีการเรียนรู้ มีการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะ ควบคู่กับการแนะแนวทางให้ว่าควรทำอย่างไร ถึงไม่เกิดอันตราย
หากว่าการกระทำบางอย่างถ้าขาดการฝึกมาตั้งแต่ต้นทำให้ขาดทักษะ กระบวนการต่างไปด้วย เสียโอกาสที่เด็กจะเรียนรู้ในสิ่งที่เขาต้องการให้ประสบความสำเร็จ ยิ่งถ้าผู้ใหญ่ไปปิดกั้นความคืด ความต้องการของเด็ก ก็จะไม่เกิดความคิด ไม่มีการพัฒนาการด้านความคิด การเรียนรู้ ในทางกลับกันเด็กก็ต้องยอมรับฟังเหตุผลของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เพราะการที่เราจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ก็ต้องมีการรอคอยการกระทำต่างๆในเวลาที่เหมาะสมด้วยเหมือนกัน
ข้อคืดจากเรื่อง
   การที่เราเป็นผู้ใหญ่แล้วใช่ว่าเราจะทำอะไรได้ทุกอย่าง ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อีกมากมมายกว่าเราจะประสบความสำเร็จได้

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

14 สิงหาคม 2557

สิ่งที่ได้เรียนรู้วันที่ 14 สิงหาคม 2557
ภาคเช้า
1.ร่วมวิถีของLPMP
2.สังเกตจิตศึกษา ป.3 ครูแป้ง ครูหนัน
- Brain Gym
- ครูเป็นคนทำท่าทาง เด็กทำตามด้วยความตั้งใจ
- นักเรียนคิดท่าทางนำให้เพื่อนทำตามทีละคน
- ครูแป้งและตัวแทนนักเรียน1 คน หันหน้าเข้าหากัน
- ให้นักเรียนเป็นเหมือนกระจกเงาของครูแป้งทำท่าทางตามครูแป้ง ในข้างที่ตรงกันข้ามกัน
- ให้นักเรียนออกมาทำ ทีละ2 คนตรงกลมวงกลม
3. สังเกตการสอนภาษาไทย ป.3 ครูแป้ง
3.1 เตรียมความพร้อมร้องเพลงรักงอมแงม นำเข้าสู่บทเรียน
3.2 ครูแป้งชูบัตรคำที่มีภาษาพูด ภาษาเขียน อยู่คนละด้านให้เด็กอ่านร่วมกัน
3.3 เด็กอ่านคำที่เป็นภาษาพูดก่อน แล้วอ่านภาษาเขียน
3.4 สนทนาโดยใช้คำถามจากคำที่อ่าน
3.4 ครูแป้งให้เด็กช่วยกันหาคำ ภาษาพูด และภาษาเขียน คูกัน ไม่จำกัดจำนวนลงในสมุด แต่กำหนดเวลาในการทำ
งาน ( เสนอแบบตาราง2ช่อง)
3.5 หมดเวลาครูให้เด็กเข้าแถวตอนลึกเป็นกลุ่ม ถือสมุดของใครของเราเอาไว้ นำเสนอคำที่แต่ละคนหาได้ ครูเขียนคำตามที่นักเรียนบอกบนกระดาน
3.6 นักเรียนบันทึกคำที่ครูเขียนบนกระดานที่ยังไม่มีลงในสมุดเพื่อพิสูจน์คำ ค้นหาความหมายของคำ ในวันต่อไป
4. สังเกตการสอนภาษาไทย ป.2 ครูเหมี่ยว ครูแป้ง
4.1 ทบทวนความรู้เดิมมาตราตัวสะกดไม่ตรงมาตรา
4.2 บอกคำที่หาได้ครูเขียนบนกระดาน
4.3 ครูยกตัวอย่างวันอังคาร สะกดอย่างไร เขียนอย่างไร ถ้าเขียนให้ตรงมาตราอยู่ในมาตราอะไร
4.4 ถามนักเรียนว่า ในหนึ่งสัปดาห์ มีวันใดที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดไม่ตรงมาตรา
4.5 ให้นักเรียนสำรวจคำที่มีอยู่ในห้องเรียน ที่เขียนไม่ตรงมาตราตัวสะกดและเขียนคำอ่านด้วย คนละ 15 ลงในสมุด
ภาคบ่าย
1.สังเกต PBL ป.2 ครูเหมื่ยว ครูกลอย
1.ให้เด็กวัดความสูงของต้นถั่ว ครูซักถามเด็กด้วยคำถาม เช่น
- สังเกตลักษณะของต้นถั่ว ลักษณะของใบ ลักษณะลำต้น ความสูง
- เปรียบเทียบลักษณะของใบถั่ว กับกลุ่มเพื่อน
- วัดความสูงของต้นถั่ว
- หากต้นถั่วเราตายเพราะอะไร และจะทำอย่างไร
- จะดูแลต้นถั่วอย่างไร
2. เด็กเข้าห้องเรียน ทบทวนสิ่งที่เรียนผ่านไปเมื่อวันก่อนเขียนสิ่งที่รู้แล้วไปแล้ว
3. วันนี้จะให้เด็กออกแบบปฏิทินการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 1-10
 สัปดาห์ 1 สร้างฉันทะ
- ดูวีดีโอ
- ตั้งชื่อโครงงาน / เลือกสิ่งที่อยากปลูก
- เตรียมอาหาร / เมล็ดถั่ว
- ปลูกถั่ว / รดน้ำ / ใส่ปุ๋ย
- ทำขนมถั่วแปบ / สมุดบันทึก
สัปดาห์ 2 วางแผนปฏิทินการเรียนรู้
- สังเกต / ตรวจสอบการเจริญเติบโต
- เขียนสิ่งที่รู้แล้ว / สิ่งที่อยากรู้เกี่ยวกับถั่ว
- จัดทำปฏิทินการเรียนรู้
- สรุปรายสัปดาห์
สัปดาห์ 3 การเจริญเติบโต
- ทดลองการปลูกถั่ว
2.ถอดบทเรียน กับครูยิ้ม ครูแป้ง ครูณี
ทำกิจกรรมร่วมกัน
2.1 แต่งเรื่องจากบัตรคำ
1. แจกบัตรคำ คนละ 1 บัตร คว่ำลงตรงหน้าตักของตนเอง ไม่ให้เพื่อนเห็น
2.ให้แต่ละคนเปิดดูบัตรคำของตนเอง คิดท่าทางหรือคำใบ้ความหมายของคำนั้น ให้เพื่อนทายคำที่เราได้
3.ทุกคนวางบัตรคำตรงหน้าตักของตนเอง หาคำจากเพื่อนที่มีความสัมพันธ์กัน จับคู่กับเพื่อนช่วยกันแต่งเรื่อง นำเสนอ
2.2.แสดงละครจากบัตรคำ
1.แจกบัตรคำคนละ 1 คำ
2.แบ่งกลุ่มๆละ  5 คน ให้แต่ละกลุ่มนำคำที่ได้มาแต่งเรื่อง แสดงออกเป็นละคร (การแบ่งกลุ่มใช้วิธีการนับ) จำนวนกลุ่ม/จำนวนคนในกลุ่ม ตามความเหมาะสม
3.ให้เวลาในการแต่งเื่รื่องและฝึกการแสดง 20 นาที
4.แต่ละกลุ่มนำเสนอการแสดงละคร
สิ่งที่ได้จากการทำกิจกรรม
- การวางแผนการทำงาน
- ทักษะการคิด
- การเชื่อมโยง
- เรียนรู้เรื่องคำ
- การแต่งเรื่อง
- การแสดงออก
- การแสดงบทบาทสมมุติ
2.3 แลกเปลี่ยนการเรียนรู้
2.4.1 การแก้ปัญหาเด็กไม่กล้าแสดงออก
-ให้เด็กอยู่ในห้องเรียน ใช้กิจกรรมหลากหลาย ค่อยๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรมบ่อยๆ ถึงแม้เขาจะอยู่นอดห้องเรียน พูดคุยกับผู้ปกครอง รอจนกว่าเขาจะพร้อมก็อาจเข้าร่วมกิจกรรมเอง
2.4.2 การประเมินผล
- ภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน เขียน เน้นส่วนสำคัญ คือเน้นทักษะกระบวนการมากกว่าชิ้นงาน ดูความรับผิดชอบ
 - การประเมินผลเด็ก เก่ง อ่อน การประเมินจะไม่เปรียบเทียบตัวเด็ก ดูผลการพัฒนาของเด็กแต่ละคน
- การชื่นชมเด็กเพื่อให้มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ทุกคนมีความสามารถไม่เหมือนกัน ครูคอตกระตุ้นเสริมแรง
2.4.3 การเรียนภาษาไทย เรียนจากวรรณกรรมอย่างน้อย สัปดาห์ ละ 1 เรื่อง เรื่องที่ไม่ยาวก็อ่านไปทีละเล็กละน้อย ขั้นตอนดังนี้
1- อ่านเรื่องก่อน
2- เชื่อมโยงหลักภาษา
3- เรียนรู้หลักภาษา นำไปใช้ เรียนรู้ผ่านหนังหรือวิดีโอ
4- สรุปความเข้าใจ
แนวการสอนภาษาไทย
1. เอาชื่อเรื่องมาคาดเดาเรื่อง น่าจะเป็นอย่างไร คิดอย่างไร
2. เอาชื่อเรื่องมาแต่งเป็นเรื่อง
3. อ่านเรื่อง วิเคราะห์ ตัวละคร บทบาทตัวละคร เหตุการณ์ที่เกิด สถานที่ ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง นำไปใช้
4. ทบทวนเรื่องที่อ่านอีกครั้ง
วิธีการสอน
1. ชง -นำเรื่อง (นเข้าสู่บทเรียน)
2. เชื่อม -เรียนเนื้อหา ค้นคว้า (อภิปรายคำถามร่วมกัน)
3. ใช้ - ให้แบบฝึก (การนำไปใช้ )
4. คิดสร้างสรรค์ต่อ
หลักการเลือกวรรณกรรม
1. เลือกเหมาะสมกับวัย
2. ลักษณะของการใช้คำ เรื่องราวจากเรื่อง
3. วรรณกรรมต้องเป็นเรื่องที่ให้ความคิดในทางบวก
4. คณะครูทุกคนอ่านวรรณกรรม นำเสนอช่วยกันเลือกให้เหมาะสมกับชั้นเรียน
5. เรื่องที่สามารถเชื่อมโยง สอดคล้องกับกลุ่มสาระได้ง่าย
6. ป.1 ฝึกเด็กให้อ่านได้ก่อน
7. วรรณกรรมเรื่องที่ยาว ไม่จำเป็นต้องเรียนทั้งเล่ม เลือกมาเป็นบางตอน
8. ก่อนนำมาสอนต้องวิเคาระห์ให้สอดคล้องกับกลัดภาษา
9. วรรณคดี จะเรียนใน Quarter ที่ 4
หลักการจัดทำแผนการสอน
1. อ่านหนังสือมากๆ ให้จบก่อน
2. วิเคราะห์หลักภาษา
3. วิเคราะห์เชื่อมโยง
4. ทำแผนการสอน
5. เป้าหมายต้องการอะไร
6. หลักภาษา คืออะไร
7. ชิ้นงาน / ภาระงาน











วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

13. สิงหาคม 2557

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 13 สิงหาคม 2557
1. เข้าร่วมวิถีของ LPMP.
2. สังเกตจิตศึกษา ป.2 ครูกลอย
- ครูพาเด็กเดินตามทางเดินในบริเวณโรงเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
- เด็กเข้าห้องเรียนนั่งวงกลม เตรียมความพร้อม
- ครูกลอยให้ทำโยคะ แทรกด้วยการเล่าเรื่อง แปลงร่างเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ
- เสร็จให้เด็กเตรียมเรียน PBL ครูสนทนากับเด็กช่วงวันหยุดเรียนที่ผ่านมา
3. คาบเรียนที่1สังเกตการสอนคณิตศาสตร์ ป.5 ครูฟ้า
- ครูให้โจทย์หลัก 3 ข้อบนกระดาน
- ให้โจทย์ย่อยของโจทย์หลักอีกข้อละ 5 ข้อย่อย ให้ฝึกคิดหาคำตอบทีละข้อ
- เด็กนำเสนอวิธีการหาคำตอบบนกระดานพร้อมกัน
- โจทย์แต่ละข้อสามารถหาคำตอบได้หลายวิธี
- ครูแจกกระดาษเอ4 ให้คนละ 1 แผ่น ให้เด็กพับครึ่งกระดาษ เขียนชื่อ วัน เดือน ปี  อย่างย่อ
- ให้โจทย์หลัก1ข้อ น้ำ 6 ขวด ราคา 50 บาท
- โจทย์ย่อย  1.น้ำ 1 ขวด ราคากี่บาท
                  2. เงิน 1 บาท ซื้อได้กี่ขวด
                  3. เงิน 25 บาท ซื้อน้ำได้กี่ขวด
                  4. พี่ ป.5 สร้างโจทย์เอง
                  5. จ่ายเงิน 120 บาท ซื้อน้ำได้กี่ขวด และได้เงินทอนเท่าไร
4. คาบเรียนที่ 2 สังเกตการสอนภาษาไทย ป.4 ครูยิ้ม
4.1 นักเรียนกล่าวสวัสดีคุณครูยิ้มก่อนเรียน
4.2 ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ในวันศุกร์ พูดคุยกับนักเรียนให้นักเรียนเล่าเรื่องที่ประทับใจในช่วงที่โรงเรียนหยุดเรียนวันแม่
4.3 ชื่นชมผลงานของนักเรียนที่ทำผ่านมา และแก้ไขเด็กที่ไม่ส่งผลงานและไม่นำหนังสือที่ครูให้อ่านนำมาด้วย
4.4 ให้กระดาษคนละ 1 แผ่น เขียนตามคำบอกลงในกระดาษที่แจกให้ คนละ 20 คำ จากเรื่องในอ้อมกอดที่ครูกำหนดให้อ่านเป็นการบ้าน (สายลมกับทุ่งหญ้า)
4.5 ให้นักเรียนตรวจคำตอบด้วยตนเองโดยให้ค้นจากเรื่องที่อ่าน ในอ้อมกอด เสร็จให้คัดคำที่เขียนถูกต้องทั้ง 20 คำลงในสมุด
4.6 ครูให้นักเรียนไปหาความหมายของคำทั้ง 20 คำลงในสมุด เป็นการบ้าน
5. คาบที่ 3 สังเกตการสอนคณิตศาสตร์ ป.3 ครูกลอย
5.1 ครูตั้งโจทย์ปัญหาจากสิ่งที่ใกล้ตัว
5.2 นักเรียนคิดหาคำตอบด้วยกระบวนการที่หลากหลาย
5.3 ครูให้การบ้านเด็ก 5 ข้อ และให้เสนอแนวคิดด้วย 2 ข้อ
6. สังเกตBody  Scan











 

   

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

12. สิงหาคม 2557

สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ 12 สิงหาคม 2557
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะครูโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เกี่ยวกับการอ่าน
1. ให้หนังสือไปอ่านคนละ 1เล่ม
2. นำเสนอจากเรื่องที่อ่าน เล่าให้ผู้เพื่อนฟัง ตัวละคร ลักษณะตัวละคร ความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ข้อคิดจากเรื่อง
3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีการเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง
4. แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มๆละ 4-5คน
5. แจกบทความให้แต่ละกลุ่ม 1ชุด
6. ตัวแทนอ่านบทความเกี่ยวกับ "การอ่านกับการพัฒนาสมอง" ให้เพื่อนฟัง สรุปจากเรื่องที่ฟังดังนี้
6.1 เมื่อสมองอ่านหนังสือ
     - การอ่านหนังสือมีขั้นตอนที่ซับซ้อน อาศัยการทำหน้าที่ของสมองคนละตำแหน่งทำงานประสานกัน
     - การอ่านอาศัยการทำงานของสมองส่วนหน้า
     - สมองสามารถประมวลผลการทำงานของสมองที่รวดเร็วหากได้รับการฝึกฝนมีทักษะการอ่านที่คล่องแคล่ว
     - การอ่านกระตุ้นให้เกิดการทำงานประสานกันของสมอง และทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ประสาท
6.2 การเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกิดจากการอ่านหนังสือ
     - เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบการเรียนรู้
     - ระบบการทำงานและโครงสร้างของสมองในระยะยาว
     - ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง
  6.3 กระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับจากการอ่าน
    1. บทบาทของสัญลักษณ์( symbolic process ) การใช้สิ่งหนึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนอีกสิ่งหนึ่ง
    2. การสร้างจินตนาการ ( mental representation )สร้างภาพที่เป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆ เข้าสู่การรับรู้ของเราไปสู่องค์ความรู้ ( schema ) ไปปรับเพื่อเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่
   หนังสือ คือสื่อสำคัญที่จะนำเสนอข้อมูลผ่านสัญลัษณ์และกระตุ้นให้เด็กเกิดการสร้างจินตภาพไปได้กว้างไกลที่สุด
6.4 พัฒนาการด้านอารมณ์และการเข้าสังคม
   - การอ่านหนังสือประเภทนิยายเรื่อวแต่งนั้นจะนำไปสู่การสร้างกระบวนความคิดที่เปฺดกว้าง สร้างสรรค์
และผ่อนคลายมากขึ้น
6.5 เรียนรู้ใจเบาใจเรา
   - ความสามรถในการรับรู้ว่าคนเรา มีความคิด ความเชื่อ ความต้องการ ความตั้งใจ ความรู้ การรับรู้ และการแสดงออก ในแต่ละคน แต่ละมุมมองอาจมีความหมายแตกต่างกันไป
ุ6.6 รู้จักและเข้าใจตนเอง
  - การอ่านหนังสือไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านจิตสังคมที่ดี แต่ได้รับการสร้างนิสัยรักการอ่านให้ติดตัวไป
6.7 ผ่อนคลายความตึงเครียด
  - การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่คลายความเครียดได้ผลสูงที่สุด ลดความเครียดได้ร้อยละ 68
7. พัฒนาการด้านการเรียนรู้และสติปัญญา
  1. การประมวลผลจากภาพที่เห็น
  2. ทักษะในการเรียนของเด็ก
  3.ความสามารถในการจำดี
  4. การอ่านเพื่อช่วยในการปรับตัวและลดปัญหาสุขภาพใจ
8. การสร้างเด็กให้เป็น"นักอ่าน"
  1. เป็นแบบอย่างของนักอ่าน
  2. ขัดเกลาการอ่านให้แคล่วคล่อง
  3. สร้างคลังคำศัพท์พื้นฐาน
  4. อ่านให้ได้ " ใจความ"
  5. บรรยากาศของการเรียนรู้
9. กลุ่มเด็กที่มีปัญหาในการอ่าน
  1. ปัจจัยด้านชีวภาพของตัวเด็ก
  2. ปัจจัยด้านจิตใจ
  3. ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  4. ภาวะบกพร่องทางการเรียนเฉพาะด้านการอ่าน
- มีความบกพร่องเฉพาะด้านการอ่าน
- อ่านได้ช้า ไม่คล่อง สะกดคำไม่ได้ จับใจความไม่ได้
- เกิดจากความผิดปกติในกระบวนการประมวลผลด้านภาษา
- ไม่ได้เกิดจากความไม่เอาใจใส่ การสอนไม่ดี หรือสติปัญญาไม่ดี
- พบได้ในคนทุกชนชาติและเศรษฐานะ
- หากได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม การอ่านจะดีขึ้นได้
  5. ความผิดปกติในระบบประสาทของผู้ที่มี LD ด้านการอ่าน
10. การให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะบกพร่องในการอ่าน
 - การให้ความช่วยเหลือในด้านการศึกษา
 - เริ่มตั้งแต่วัยเด็กเล็ก
 - การให้ความช่วยเหลือต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น การเรียนเสริม การเรียนกลุ่มย่อย การให้เวลาในการสอบเพิ่มขึ้น

















วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สรุปผลการเรียนรู้สัปดาห์ที่ 1

สิ่งที่ได้เรียนรู้สัปดาห์ที่ 1 
 1. ร่วมวิถีของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
 2. สังเกตการจัดกิจกรรมจิตศึกษา โดยครูต๋อย และครูภร ของชั้น อ.1 ป.1 ป.3 ป.4 และ ม.1
 3. เรียนรู้ความสำคัญและเป้าหมายของการจัดกิจกรรมจิตศึกษา
จิตศึกษา 3 อย่าง
   - กิจกรรมก่อนเรียน  20 % ( หลังเข้าแถวเดินชมนกชมไม้เป็นจิตศ
   - จิตวิทยาเชิงบวก 30 %
   - ความเป็นชุมชน 50% สถานที่น่าอยู่ สะอาดร่มรื่น สัมพันธภาพ วิถี
 4. เรียนรู้องค์ประกอบของสมองส่วนต่างๆ
 5. เรียนรู้การสร้างบล็อก การสร้างภาพด้วยโปรแกรม Picasa โดยครูอ้อน และลงปฏิบัติจริง สร้างโพสต์ของตนเอง โดยรายงานสิ่งที่ได้เรียนรู้ทุกวัน
 6. สังเกตการสอน ชั้น ป.2 การสร้างแรงบันดาลใจ
 ึึ7. แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูวิเชียร  ไชยบัง สิ่งที่ได้จากการสอน PBL
   - ทักษะการคิด (คิดสร้างสรรค์ /คิดเชิงเเหตุผล)
   - การทำงานร่วมกัน (การสื่อสาร)
   - ทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน
   - ทักษะนวัตกรรม
8. สิ่งที่ได้จากกิจกรรม Body Scan - เป็นการทำสติที่ผ่อนคลายมากๆเกิดความรู้สึก
   - ความรู้สึกทางกาย เช่น คัน ปวด
   - ความรู้สึกทางใจ เช่น ติดใจ โกรธ ข่มขื่น
   - ความรู้สึกทางความคิด เช่น อดีต อนาค
9. เรียนรู้การทำ Brain Gym เป็นการกระตุ้นให้รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ พร้อมที่จะเรียนรู้ต่อไป
10. หลักการเขียน Script Body Scan จะใช้คำว่า "เรา " ไม่มีนะคะ / ครับ จังหวะและน้ำเสียงการพูดสม่ำเสมอ
11. การทำฺBody Scan เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการปลูกฝัง สร้างอุปนิสัย การปลุกให้ตื่น ดึงกลับมาให้รู้สึกตัว พร้อมเติมเต็มข้อมูลด้านบวก
12. การใช้เพลงกับการจัดการเรียนรู้
   - การใช้เพลงกระตุ้นสมอง ขณะทำกิจกรรม
   - การใช้เพลงปรับคลื่นสมอง Body Scan
13. สิ่งที่มีผลต่อการปรับคลื่นสมอง แสง เสียง อากาศ กลิ่น คน
14. วิธีฝึกให้คนมีวินัย
    - ปฏิยัติ  บอกให้ทำ บอกให้ดี
    - ปฏิบัติ  ทดลองใช้
    - ปฏิเวธ  การใช้จริงในชีวิต
15. พลังที่ช่วยในการเรียนรู้- พลังตนเอง และ พลังจากเพื่อนร่วมงาน
16. คำว่า PLC  การสร้างชุมชนที่เรียนรู้
    - สถานที่  บรรยากาศ
    - กิจกรรม  ทำประจำเสมอ (ฺBAR / AAR ) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีทักษะ มีอุดมการณ์
    - ถอดบทเรียน  ความเห็นอกเห็นใจกัน
    - Lesson Study
17. ร่วมกิจกรรมถอดบทเรียนของเครือข่าย Mini LPMP  ร่วมกิจกรรมจิตศึกษากับเพื่อนครูถอดบทเรียน
18. ชมการแสดงละครของนักเรียนหน้าเสาธง เรื่องยุงลาย สื่อให้รู้เกี่ยวกับอาการของไข้เลือดออก และวิธีป้องกัน
19.ฝึกกิจกรรม Body Scan ร่วมกับคณะครูที่ศึกษาดูงาน
20. สังเกตวิถีก่อนกลับบ้าน AAR สิ่งที่ได้เรียนรู้ของชั้น ป.1 ป.2 และ ม.1
21. สังเกต PBL และพิธีชา ของชั้น ม.1
22. ร่วมถอดบทเรียนกับครูกลอย ครูยิ้ม ครูป้อม และฝึดพิธีชา
23. AAR สิ่งที่ได้เรียนรู้ในสัปดาห์ที่1